นิทานจ้าวหล้า ตอน ส่งจดหมาย ไม่มีที่อยู่ และชื่อผู้รับ... “จะถึงได้อย่างไร ?”


เริ่มเผยแพร่วันที่ : 26 พ.ย. 2559, 00:00


ตอนที่หนึ่ง.. ส่งจดหมาย ไม่มีที่อยู่ และชื่อผู้รับ... “จะถึงได้อย่างไร ?”



“ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟังชานี เรื่องพระพุทธเจ้าของเราก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านเวียนว่ายในวัฏสงสารมาหลายภพ หลายชาติมากพระชาติสุดท้าย ก่อนที่จะมาประสูติกาล เป็นพระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือชาติที่สิบ เป็นภพชาติที่ยิ่งใหญ่อย่างที่สุด พระองค์ท่านเสวยภพชาติเป็นพระมหาเวสสันดร อยู่ในปาง “ทานบารมี” ทานทุกอย่างที่พระองค์มีไม่ละเว้นแม้กระทั่งลูก กระทั่งเมีย...ถือเป็นพระชาติที่ยิ่งใหญ่อย่างที่สุด....จ้าวปู่-จ้าวย่า พญานาคราช -พญานาคิณี องค์โอปปาติกะเทพนาคราชทุกพระองค์ ณ ขณะนี้ก็เสวยภพชาติเดียวกันคือ “ทานบารมี” ท่านปิติยินดีเป็นที่ยิ่ง ที่จะประทานสิ่งประเสริฐให้คนผู้คิดดี ทำดี เป็นคนดี ได้มีทรัพย์ศฤงคารมั่งคั่งอย่างไม่จบไม่สิ้นแด่ผู้ที่คิดดี ทำดี จะได้นำทรัพย์ทั้งหลายที่ได้รับแล้วมาแยกออกเป็นส่วน ๆ และนำบางส่วน ถวายกลับแทนท่าน(ทำบุญแทนพญานาค)เพื่อบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ต่อในอนาคตห้าพันวรรษาสืบไป”
จ้าวหล้าฯ เอ่ยทบทวนความจำของชานีเรื่อง พญานาคราช-พญานาคิณีผู้เป็นโอปปาติกาะเทพนาคราชนั้น อยู่ในปางทานบารมีทุกพระองค์ 
“ข้าฯรับทราบดั่งที่ท่านเล่าประทานนานแล้ว และก็ได้มีโอกาสเล่าต่อให้ลูกหลานฟังอีกหลาย ๆ คนอยู่ท่าน” ชานีน้อมรับ
“ทุกพระองค์มหามงคล ปิติยินดียิ่งนักที่จะมอบความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งให้ทุกผู้ทุกนามที่เป็นคนดี คิดดี ทำดี มีจิตเมตตา ประพฤติดี ปฏิบัติดีและลูกหลานผู้กราบไหว้พญานาคราช-พญานาคิณีก็เป็นดังนั้นข้า...ไม่มีร่างที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง มีแต่เจ้าเท่านั้นชานี ที่จะบอกต่อเรื่องราวอันประเสริฐนี้ให้ผู้คนได้รับรู้...จงบอกให้เขารู้ถึงวิธีสื่อจิตถึงองค์พญานาคราช-พญานาคิณีผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ว่าขออย่างไรท่านถึงจะประทานพร ให้พบสิ่งที่งดงาม มั่งคั่ง ร่ำรวยเป็นศิริมงคล” 
“นี่แหละท่านจ้าวหล้าฯ ข้าฯ พยายามที่จะบอกเล่าให้คนแล้วคนเล่าที่มาหาข้าฯ ฟังว่า ขอพรจ้าวปู่-จ้าวย่าอย่างไร ถึงจะได้รับพรอันประเสริฐ ต้องทำอย่างไรพญานาคราช-พญานาคิณีถึงประทานพรให้จะสำเร็จ สัมฤทธิ์ ผลตามที่ร้องขอ...”
การขอพรที่ถูกต้องที่จ้าวหล้าฯ ท่านสอนมีวิธีการดังนี้ค่ะ
1.ต้องทราบว่าผู้ขอต้องการอะไร? (ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน)
2.ต้องกำหนดเวลาว่านานเท่าใด? ถึงจะประสบผลสำเร็จ
3.ต้องทราบว่าต้องการจริงจังมากน้อยเพียงใด? และต้องเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า คืออยากได้จริง ๆ ไม่ใช่คิดลอย ๆ หรืออยากได้ตามคนอื่น ขอเลียบแบบกัน ขอให้รวย...รวยแค่ไหน เท่าไหร่ มากน้อยเพียงใด เพราะคำว่ารวยของขอทานคนหนึ่ง กับรวยของเศรษฐีคนหนึ่ง แตกต่างกันมาก เพราะอย่างนั้นถึงต้องกำหนดว่าเท่าไหร่ กี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้าน หรือหลาย ๆ ล้าน สมมุติเรามีเงินเดือนสองหมื่น ขอจ้าวปู่ ”เดือนหน้า หนูขอมีเงินเดือนสองแสน” ขอได้ แต่จะสำเร็จผลหรือไม่ เพราะใจเราจะแย้งว่า เป็นไปไม่ได้หรอก จ้าวปู่-จ้าวย่าไม่ให้หรอก มันเยอะเกินไป...ฯลฯ หรืออะไรต่าง ๆ แต่ถ้าเราเชื่อว่าเราจะได้ตามที่ขอ มั่นใจ ตั้งจิตจริง ๆ ก็ปรากฏมีผู้ขอสำเร็จเพราะความเชื่ออย่างสุจริตใจของเขาว่าเขาจะได้ แล้วเขาก็ได้จริง ๆ แต่ที่ขอไม่สำเร็จ เพราะเขาไม่เชื่อมั่นว่าจะได้จริงในสิ่งที่ขอ “ไม่กล้าขอหรอก เพราะคงไม่ได้ มันง่ายเกินไปเหมือนโกหกตัวเอง” ฯลฯหลายคนคิดอย่างนี้มันก็เลยไม่ได้ เพราะคิดลบ เพราะไม่มีความเชื่อแต่ถ้าเชื่อมั่นว่าจะได้ ก็ได้มาง่าย ๆ ค่ะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ฟังดูเหมือนง่ายนะคะ ว่าขออะไรก็จะได้อันนั้นทุกอย่าง แต่มีรายละเอียดเยอะค่ะ ยิ่งมีความละเอียดถี่ยิบ...ยิ่งดี คือยิ่งละเอียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะทำให้ภารกิจการอธิฐานจิตขอสำเร็จผลเร็วขึ้น...คือเมื่อเราได้รายละเอียดแล้วเราก็จะได้ดำเนินการส่งสารอันประเสริฐของเราไปขอพรกับจ้าวปู่-จ้าวย่า...ขั้นตอนนี้ยากเหมือนง่าย...ง่ายเหมือนยาก...เพราะเราขอผิดกันเป็นส่วนมากค่ะเปรียบเทียบเหมือนเราอยากได้ของ หรือเราสั่งสินค้าอะไรสักอย่างแล้วเขาก็พร้อมจะส่งมาให้เรา แต่เราไม่ได้รับของ...(ส่งมาไม่ถึงเพราะที่อยู่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีที่อยู่ ไม่บอกที่อยู่อะไรประมาณนั้นค่ะ) 
ยกตัวอย่างการขอพรที่ได้ยินมานะคะ
“สาธุ....ขอให้ลูกช้างร่ำรวยถูกหวยโชคดี ด้วยเถอะ...สาธุ”
“จ้าวปู่-จ้าวย่า มาขอพร ให้ลูกสาวของลูกช้างเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่ง ๆ ตอนนี้มันเล่นแต่โทรศัพท์ ไม่ช่วยงานบ้านเลย แถมมีผู้ชายโทรหา แอบออกไปเที่ยว...ลูกช้างกลุ้มมาก ๆ เลย กลัวมันท้องก่อนเรียนจบ ขอให้มันเป็นคนดีด้วยเถอะ....” (ฟังดูตลก แต่แม่คนหนึ่งไม่มีทางออก ฟูมฟายน้ำตาขอสิ่งนี้กับจ้าวปู่-จ้าวย่าจริง ๆ )
“สาธุ ขอให้หนูมีคู่ครองที่ดี ๆ รวยด้วยคร้าสาธุ” (เอาทั้งดีและรวย ต้องให้หล่อด้วยมั้ยหนู เอิ้ก ๆ )
“สาธุ ขอให้หนูถูกหวยรางวัลที่ 1 งวดนี้ทีเถอะเจ้าประคู้ณ...” (ทุกคนขอแต่รางวัลที่ 1 รางวัลที่สองก็เงินเยอะอยู่นะ...เอิ้ก ๆ)
“สาธุขอให้ลูกชายของลูกช้างอย่าติดทหารเลย ไม่อยากให้เขาไปอยู่ใกลแม่ไม่มีใครเลย ถ้าลูกชายติดทหาร ลูกช้างคงลำบากแย่ สาธุ”
“สาธุ ขอรถสักคัน...อยากได้รถขี่ จ้าวปู่-จ้าวย่าให้รถสักคันเถอะ...”
“จ้าวปู่-จ้าวย่าเจ้าขา... สามีลูกช้างกินแต่เหล้า...ไม่ทำการทำงาน เงินทองก็ขัดสน..เมื่อวานเมาก็ตบตีลูกช้าง แต่ลูกช้างก็ไม่อยากเลิก ไม่อยากให้ครอบครัวเราแตกแยก....ขอให้ครอบครัวเราร่ำรวย ๆ ด้วยเทอญ สาธุ”
ถ้าอาจารย์ชานี เป็นจ้าวปู่-จ้าวย่า ที่ประทานพรได้ คงปวดหัวพิลึก ไม่ทราบจะจัดคิวให้ใครก่อน ใครหลังดี....เอิ้ก ๆ ๆ แต่จ้าวหล้าฯ ท่านกลับบอกว่า 
“ถ้าผู้ใด อ้อนวอนขอพรด้วยตั้งจิตอธิฐาน เชื่อมั่นและศรัทธาว่าจะได้ตามนั้น ขอด้วยความสุจริตใจของเขา เขาจะได้ตามที่ขอนั้นชานี”
“ขอได้ทุกข้อเลยเหรอท่าน...?” ชานีเคยย้อนถามท่านอย่างนี้และจ้าวหล้าท่านก็ตอบอย่างหนักแน่นว่า
“ใช่แล้วชานี สิ่งใดที่จิตมนุษย์ไปถึง เขาจะได้สิ่งนั้น อย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ เพียงแต่ใจเขายอมรับ และจิตตั้งมั่นว่าเขาได้รับพรอันนั้นแล้ว สำเร็จแล้ว เป็นของเขาแล้ว ในมโนสำนึกเขาได้เห็นสิ่งนั้นและเชื่ออย่างหมดหัวใจว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว เขาจะได้รับสิ่งนั้นในเร็วพลันดั่งเนรมิต ดั่งปาฏิหาริย์”
“โห....อะไรจะง่ายขนาดนั้นจ้าวหล้าฯ...///” ไม่อยากจะเชื่อเลย
“ของที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์...ทุกอย่างในมนุษย์โลก เป็นทวิภพเสมอชานี....มันเกิดขึ้นสองครั้ง คือเกิดขึ้นในใจผู้สร้างก่อน ที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างจริง แม้แต่เพิ่งหมาแหงนเล็ก ๆ ข้างทาง เจ้าของมันก็คิดมันขึ้นมาก่อนจะสร้างมันขึ้นมาจริง ๆ หรือแม้แต่ปราสาทราชวังของเจ้าฟ้า-เจ้าแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ก็ดำริขึ้นในพระทัยก่อนจะโองการสร้างให้เกิดมีปราสาทราชวังนั้นขึ้นมา...ทุกอย่างมันเกิดขึ้นสองครั้งและจะเกิดขึ้นที่ใจ...ก่อนที่จะเกิดเป็นของจริงปรากฏบนพื้นพิภพเสมอ...”
“ สุดยอดเลยอะ..คิดในใจก่อน จินตนาการขึ้นมาก่อนให้ชัดเจนที่สุด แล้วก็ขอ..ขอได้ทุกอย่างขออะไรก็ได้...///” (แต่ในใจยังสงสัยนิด ๆ)
“เป็นดั่งนั้นแล ชานี แต่เจ้าจงทำความเข้าใจด้วยว่า เขาร้องขอเพื่อผู้ใด.......และจะให้สิ่งที่ร้องขอแก่ผู้ใด......จะมอบสิ่งที่เป็นที่ต้องการนั้นไปยังแห่งหนใด...?....คำสื่อสารของเขาเหล่านั้นจ้าวปู่...จ้าวย่าท่านจะรับสื่อนั้นได้หรือไม่......ใครจะสำนึก สำเนียกในการวอนขอของเขาประการใด หรือมีท่านใดได้รับแจ้งข่าวสารอันนั้นหรือไม่?”
จริงสินะ....มีแต่คนขอ...ขอ...แต่ติดต่อผู้ที่จะให้ได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ นี่ล่ะ ถึงเป็นที่มาของการขอแล้วสัมฤทธิ์ผล กับขอแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับ จากหมายเลขที่ท่านเรียก เอิ้ก ๆ
แล้วจ้าวหล้าฯก็ให้ ชานีเอาโจทย์การขอพรมาแยกวิเคราะห์ทีละข้อ...“ขอให้ลูกช้างร่ำรวยถูกหวยโชคดี” เป็นคำขอท็อปฮิต ได้ยินบ่อยที่สุด
คำขอพรนี้เป็นคำพูดสั้น ๆ แต่ครอบคลุมอาณาเขต....กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เลยทีเดียว หุ หุ...เมื่อก่อนชานี ไม่คิดอะไรแค่ได้ยินผ่านหู แต่พอมาแยกวิเคราะห์ตามที่จ้าวหล้าฯ ท่านบอก เป็นคำขอพร ที่โจทย์ยากมาก ๆ แยกย่อยเป็นเปาะ ๆ ได้ดังนี้
“ขอให้ลูกช้าง.....” ลูกช้างตัวไหน? ช้างพัง ช้างพลาย อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน? ในเมืองไทย หรือประเทศอะไร ????????แค่หาตัวลูกช้างตัวนี้ยังหาไม่เจอแล้ว....แล้วลูกช้างตัวนี้อยากได้อะไร?...
“ขอให้ลูกช้างร่ำรวย...” เป็นช้างยังอยากรวยอีกแฮะ..// เอิ้ก ๆ
ร่ำรวยขนาดไหน กล้วยกี่เครือ อ้อยกี่ต้น ฯลฯ สรุปคำว่าร่ำรวย...
มันขนาดไหน ต้องมีทองเท่าไหร่ มีเงินเท่าไหร่...??? คำตอบอยู่ที่ไหน?
“ถูกหวย...โชคดี” หวยมีหลายประเภท เดี๋ยวนี้หวยหุ้นก็ออกแทบทุกวันจันทร์ ถึงศุกร์ มีเลขออมสิน เลขใหญ่ออกทุกวันที 1 วันที่ 16 แล้วจะเอารางวัลอะไร ที่เท่าไหร่...ฯลฯ เรียกง่าย ๆ ว่าไม่ชัดเจน...ผู้ที่จะประทานพรเลย งง...ไม่ทราบจะให้พรสำเร็จผล อย่างไร?
“โชคดี...” คำนี้ก็เหมือนกัน เป็นคำพูดที่เพราะมาก แต่บางที แค่มาพบอาจารย์ชานีที่ร้าน ก็ออกอุทานว่า “อุ้ย.../ วันนี้โชคดีจังเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะพบอาจารย์ชานีนะคะ มาสองครั้งไม่เคยเจอ วันนี้เจอ โชคดีจังเลย...” หรือ...”หอบของ.ขึ้นรถเมล์ มีผู้ชายหล้อ..หล่อ แมนมาก ลุกขึ้นให้นั่ง โชคดีจังเลยเธอ...” หรืออะไรอีกหลายอย่างที่เรามักจะบอกว่าเราโชคดี..แต่ความหมายไม่เกี่ยวกับความมั่งคั่ง ทรัพย์ศฤงคาร เงินทอง ...
สรุป...การขอพรครั้งนี้ด้วยคำพูดว่า.....
“ขอให้ลูกช้างร่ำรวยถูกหวยโชคดี” เลยเป็นโจทย์ที่ตอบยาก เพราะไม่โพกัสอะไรให้ชัดเจนเลย พูดลอย ๆ ไม่ระบุมั่นคง ไม่ตั้งมั่นถือมั่นอันใดตอนขอ ไม่ทราบว่า “ปากพาไป แต่ใจคิดไปทางอื่นหรือเปล่าก็ไม่ทราบ”
ตอบได้คำเดียวว่า การขอพรอย่างนี้ มักจะไม่ถึงพระเนตร พระกรรณ องค์มหามงคล ใด ๆ ประเภท can not be connect (ไม่สามารถเชื่อมต่อได้...) ก็เลยแห้ว.... ไปตามระเบียบ
แค่ตัวอย่างแรก...ก็กินแห้วแล้วค่ะ....และจุดสำคัญที่สุดในการขอพรก็คือ... “มนุษย์มีชื่อ...มีนาม มาตั้งแต่เกิดวันแรกชานี...เจ้าจงบอกชื่อเสียงเรียงนามของเจ้า ให้มหามงคลได้รับทราบ...โดยชัดเจน เจ้าอยู่ที่ไหน บ้านเมืองใดจงบอกกล่าวเล่าแถลง อย่าอ้ำอึ้ง กำกวม เหมือนมีพิรุธทางใจ จะขอสิ่งใดก็จงเจรจาให้ทราบด้วยฉาดฉาน เพราะสิ่งที่เจ้าร้องขอ และต้องการ เป็นสิ่งที่เจ้าตัดสินใจแล้วว่า เจ้าควรได้ เจ้าคู่ควรสิ่งที่ร้องขอนั้น...”
ถ้าท่านใดเคยมาที่บ้านบูชาพญานาค หรือเคยได้รับพรจากจ้าวหล้าฯ คงจะเคยเอ่ยออกชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ ต่อหน้าท่าน ตอนรับพร เพราะสิ่งนี้สำคัญมาก ต้องระบุตัวตนชัดเจน...ชื่ออะไร นามสกุลอะไร อยู่ที่ไหน? พูดง่าย ถ้ามีคนจะส่งของไปให้ถ้าไม่รู้ชื่อ ที่อยู่..ไปรษณีย์.ก็ไม่มีทางที่จะส่งของไปถึงผู้รับได้แน่นอน จริงมั้ยคะ...?
เรามาตกลงกันนะคะว่า ในการขอพรครั้งต่อไป...ลูกหลานจ้าวปู่-จ้าวย่า องค์พญานาคราช -พญานาคิณี ต้องเอ่ยบอกชื่อจริง...นามสกุลจริง...ที่เป็นชื่อที่ใช้ในการฝากเงินธนาคาร ชื่อที่ใช้ซื้อรถ ซื้อบ้านได้ จะเปลี่ยนชื่อมากี่ครั้งไม่สำคัญค่ะ สำคัญคือชื่อปัจจุบัน ที่ใช้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือใช้ซื้อรถ ซื้อบ้านได้นั่นแหละค่ะ ต้องบอกชื่อจริง นามสกุลจริงของเรา อย่าไปบอกว่าลูกช้าง ลูกม้าที่ไหนนะคะ..อ้อ...แล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะระบุด้วยว่าอยู่ที่ไหน บ้านเลขที่อะไร ตำบล อำเภอ จังหวัดอะไร ระบุให้แน่ชัดว่า สิ่งที่ข้าพเจ้านาย....นาง...ขอพร...ขอได้โปรดส่งมาให้ที่ที่อยู่นี้นะคะ..นะครับ....สาธุ (ถ้าจะให้ดี...ระบุให้เป็นรูปภาพว่าสิ่งที่เราขอมาถึงมือเราจริง ๆ เช่นขอรถ จะชัดมาก ๆ ให้เห็นภาพรถคันที่เราขอ...มาจอดอยู่ในบ้านเรา มาจอดหน้าบ้านเรา เห็นเราขึ้นไปขับรถ...) จะกล่าวโดยละเอียดในตอนต่อไปค่ะ
คราวนี้ พ่อ แม่ พี่น้อง ลูกหลานจ้าวปู่-จ้าวย่า ก็คงจะไม่พลาดในการขอพร ตรง ๆ ระบุตัวตน...(ข้าพเจ้าชื่อนี้......นามสกุลนี้....อยู่บ้านเลขที่นี้...)
กันแล้วนะคะ....นี่เป็นก้าวแรกที่จะขอพรให้สำเร็จสัมฤทธิ์ผลค่ะ.


แสดงความคิดเห็น :
ชื่อผู้สอบถาม :
ข้อความ :
Kritsuwan.1207@gmail.com
ถ้าอยู่ห้องเช่าหล่ะครับ ให้ใส่ที่อยู่ห้องเช่ารึตามบัตรประชาชนครับ // ขอบคุณครับ