นิทานจ้าวหล้า ตอน สร้างแรงปรารถนาอันเร่าร้อน มุ่งสู่เป้าหมายอันเด่นชัดและแน่นอน


เริ่มเผยแพร่วันที่ : 26 พ.ย. 2559, 00:00


ตอนที่สอง สร้างแรงปรารถนาอันเร่าร้อน มุ่งสู่เป้าหมายอันเด่นชัดและแน่นอน


“เจ้ากลัวอะไรชานี.....สิ่งที่ทำให้เจ้ากลัว และกังวลคือ แรงปรารถนาความต้องการอันเป็นที่สุดเจ้ายังมีไม่พอ....จึงทำให้เจ้ากังวลวุ่นวายใจ ขลาดเขลา....ไม่กล้าก้าวย่าง ไปข้างหน้า...มาดแม้นว่าเจ้าหยุดยืนอยู่กับที่เช่นนี้ไม่ก้าวเดิน เจ้าก็ไม่มีวันที่จะไปถึงฝั่งฝันอันแสนงาม” เพราะอาการยึกยัก ชักช้าของชานี จึงทำให้จ้าวหล้าฯไม่โปรด

“ไม่ว่าอดีตนานพันปีล่วงมาจนถึงเพลานี้ การกระทำของเศรษฐีกับยาจกก็มิได้แตกต่างกันกว่ากาลก่อนเลย เศรษฐีนั้น เมื่อปักธงชัยลงกลางหัวใจเป็นแม่นมั่น แล้วจะไม่สั่นคลอนคำมั่นสัญญาที่ลั่นไว้ในใจ เขาคิดไว ทำไว ตัดสินใจไว ไม่ล้มเลิกความปรารถนาอันแรงกล้าที่สัญญากับตัวเองไว้ เขาจะสร้างแรงปรารถนาให้ลุกโชนตลอดเวลาไม่เงี่ยหูฟังคำพูด คำนินทาของใคร มุ่งดุ่มเดิน เพื่อก้าวไปข้างหน้าแม้จะต้องผ่านดงหนาม ข้ามน้ำข้ามทะเลก็มิได้หวั่นจนบรรลุเป้าหมายหลักชัย เป็นสำคัญ ส่วนยาจกนั้นเล่า คิดช้า ตัดสินใจช้าแล้วในที่สุดก็มิได้กระทำการใด ๆ ล้มเลิกความตั้งใจไปอย่างง่ายดาย ด้วยความคิดของเขา ที่อันตรายดุจดาบอันคมกริบ จ้วงแทงเข้ากลางลำตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และหวาดกลัวความคิด การติฉิน นินทาจากผู้อื่นซึ่งน้อยคนนักที่จะมีความปรารถนาดีต่อเขา...ดึงความคิดริษยาของผู้อื่นมาลงดาบแทงตัวเองซ้ำเป็นดาบสอง ดับความปรารถนาอยากมี อยากเป็นลงโดยพลัน ด้วยความคิดและพฤติกรรมเยี่ยงนี้ จึงแยกเศรษฐีออกจากยาจกอย่างชัดแจ้ง และจะเป็นดั่งนี้ไปอีกเนิ่นนานชั่วนิรันด์กาล”

เลยสองยามล่วงไปแล้ว ราตรีอันเงียบสงัด จ้าวหล้าฯ ยังเมตตาอยู่เป็นเพื่อนชานี เหมือนเคย แต่ท่านไม่เกษมสำราญเท่าใดในคืนนี้

“ข้าฯ เป็นช่างศิลป์ช่างปั้นพญานาคคนหนึ่งจ้าวหล้าฯ ท่านเองเป็นคนประทานความรู้ ความสามารถให้ข้าฯได้สร้างโอปปาติกะเทพนาคราชมหามงคลนี้ ข้าฯไม่ใช่พ่อค้าวานิชย์ เก่งกาจการขายใด ๆ จะให้ข้าฯตัดสินใจอะไรเร็ว ๆ ทำเร็ว ๆ ไม่ได้ดอกท่าน” ชานีออกตัวเสียงอ่อย
“นั่นก็ถูกอยู่ชานี....แต่ข้าอยากให้เจ้าตรึกตรอง...ถ้าเจ้าคิดดี ทำดีเจ้ามีอะไรจะต้องเสีย...ต้นทุนเจ้ามีมากน้อยเท่าใดกัน...ความฝันที่เจ้าคิดที่เจ้าฝัน ต้องใช้เงินตราด้วยรึ? เปล่าดาย...!!! ความคิดดี ฝันในสิ่งที่ดีที่เจ้ามีอยู่นี้ มิได้มีต้นทุนเป็นเงินตราใด ๆ เลยแม้บาทสลึง แต่ถ้าเจ้าทำความฝันอันยิ่งใหญ่ งดงามนี้สำเร็จ สิ่งที่เจ้าจะได้ตอบแทนกลับมามีค่ามหาศาลนัก...น่าสงสารมนุษย์ยิ่งนัก...ความฝันอันล้ำค่าและความปรารถนาอันแสนงาม..มิได้จ่ายมาด้วยเงินตราประการใด...แค่คิด แค่ฝันยังไม่กล้า...ช่างน่าละอายเสียจริง จงเชื่อข้า ชานีจิตใจของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามยิ่งใหญ่สูงสุดฟ้า และลึกกว่าบาดาล กำแพงเมืองจีน ทัชมาฮาล นครวัด-นครธม และอีกมหาประดามีกำเนิดมาจากจิตใจสรรสร้างของมนุษย์ทั้งนั้น...แต่มนุษย์ทุกวันนี้จะเห็นคุณค่าในจิตใจของเขาหรือไม่...เขาจะกล้าฝันใหญ่หรือไม่? หรือแค่เพียงฝันเล็ก ๆ ยังมิกล้า...ทุกอย่างสะดุดหยุดลงด้วยความกลัวและขลาดเขลา...และทรุดลงนั่งที่เก่ามิได้จากไปที่ไหนเลย...!!! ทั้งความคิดและความปรารถนา ก็ยังมิยอมให้มันโบยบินออกไปอย่างเสรี..จำคุกแม้กระทั่งความฝันซึ่งไม่ได้จ่ายเงินซื้อมันสักบาทเดียว...เจ้าจะเป็นเช่นนั้นหรือชานี?” 

ถ้าเป็นคนตัวเป็น ๆ มาว่าให้ชานีอย่างนี้ คงอดไม่ได้ที่จะชกหน้าให้สักเปรี้ยง...เอิ้ก ๆ แต่นี้เป็นจ้าวหล้าฯ และชานีก็ทราบว่าท่านเมตตาและปรารถนาดีอย่างที่สุดที่จะกระตุก...กระตุ้นให้ชานีสำเร็จสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ตั้งจิตและคิดฝัน ซึ่งเดิมพันคือความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

“แค่คิด แค่ฝัน แค่ปรารถนา ไม่ได้จ่ายเงินซื้อสักบาทเดียวก็ ยังไม่กล้า....เฮ่อ...!!! มันน่าคิดนะท่าน ข้าฯ ไม่ได้ฉุกคิดเรื่องนี้เลย...เพราะกลัวจะทำไม่สำเร็จ กลัวคนนั้นคนนี้สมน้ำหน้า กลัวไปสารพัด...
คราวนี้ข้าฯจะไม่กลัวแล้วท่าน...ทำฝันสำเร็จก็คือกำไร ทำฝันไม่สำเร็จก็ไม่เห็นเป็นไรจริงมั้ยท่าน...ดีกว่าไม่กล้าคิด ไม่กล้าฝัน ไม่กล้าทำเนาะ เอิ้ก ๆ"

"แต่เจ้าจงเชื่อชานี....ความฝัน คือแบบแปลนและแผนที่ที่จะพาเจ้าก้าวเดินไปข้างหน้า....ยิ่งฝันชัดเจน แจ่มกระจ่าง ละเอียดลึกซึ้ง เจ้ายิ่งจะเข้าถึงความสำเร็จดังฝันในเร็วพลัน มันเป็นจริงดั่งนั้นแล.”

ท่านพูดแบบหนักแน่น และจริงจังมาก...
“สาธุจ้าวหล้าฯ....ข้าฯ น้อมรับ และกระทำตาม ข้าฯจะฝันให้ไกล และไปให้ถึงหลักชัย...แต่ฝันเล็ก...ฝันใหญ่แค่ไหน ข้าฯ ขออุบไว้ก่อนนะท่าน เอิ้ก ๆ “


แสดงความคิดเห็น :
ชื่อผู้สอบถาม :
ข้อความ :