นิทานจ้าวหล้า ตอน “ถ้าขับรถไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเป้าหมาย...จะไปถึงที่ไหน?”


เริ่มเผยแพร่วันที่ : 28 พ.ย. 2559, 00:00


ตอนที่ 6
“ถ้าขับรถไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเป้าหมาย...จะไปถึงที่ไหน?”
“ชานี มีสักครั้งบ้างหรือไม่ ที่เจ้าจะออกเดินทาง.....แล้วไม่กำหนดจุดหมายปลายทาง ว่าเจ้าจะไป ณ ที่ใด?” 
จ้าวหล้าฯ ถามโพล่ง ขึ้นมาตอนที่ชานี กำลังจะสตาร์ทรถออกจากบ้านริมโขง ไปที่เมืองบาดาลจำลองซึ่งอยู่นอกเมือง ชานีเลยไม่เข้าใจคำถามของท่าน
“เอ่อ...ท่านจ้าวหล้าฯ ข้าฯไม่เข้าใจคำถามของท่าน ว่าที่ท่านถามความหมายว่าอะไร? ข้าฯงง...มีด้วยเหรอ? ที่คนจะไปไหนแล้วไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหน?”
“แสดงว่าทุกครา... ที่เจ้าออกเดินทาง เจ้าจะต้องมีจุดหมายในใจตลอด ว่าเจ้าจะไปที่ใด?” “อ้าว...!!! ท่านก็....ถามแปลก ๆ ถ้าข้าไม่มีจุดหมายปลายทางแล้ว
ข้าฯจะขับรถออกจากบ้านไปทำไม...ก็ต้องทราบตั้งแต่ยังไม่สตาร์ทรถแล้วว่าจะไปไหน? ไปทำอะไร? เอิ้ก ๆ “
วันนี้ท่านของเรายิงประโยคคำถามแปลก ๆ เล่นเอาชานีมึน หรือว่าเมื่อคืนชานีลืมนอนเลยสมองช้า คิดคำถามของท่านไม่ทันเลยไม่เข้าใจความหมาย...
“แต่เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า มนุษย์ทุกวันนี้เขาไม่มีเป้าหมายปลายทางที่จะไปไหนเลย แล้วชีวิตเขาก็เลยไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน และบางคนก็ย่ำอยู่กับที่...อยู่ที่เก่าตั้งแต่เกิด...จนตายก็มี”
คราวนี้ชานีเข้าใจแบบ...จึ๊ก..!!!.เลย....เข้าใจลึกมากว่าท่านกำลังหมายความว่าอย่างไร? เพราะท่านกำชับกำชา ชานีอย่างที่สุดเรื่องการตั้งเป้าหมาย จะทำการอันใด จะเล็กจะใหญ่ ก็ต้องตั้งเป้าหมาย จะได้ทราบว่ากำลังทำไปถึงไหน ใกล้ฝั่งความสำเร็จเข้ามาหรือยัง ? หรือว่ายังห่างความสำเร็จอยู่แค่ไหน? เหมือนการวิ่งเร็วร้อยเมตร สองร้องเมตร สี่ร้อยเมตร หรือวิ่งมาราธอน สิบกว่ากิโลเมตร ก็ต้องมีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดทั้งนั้น
มีหลายคนมากที่ชานีถามว่า ปีหน้าจะทำอะไร จะตั้งเป้าหมายอยากได้อะไรใหญ่ ๆ แพง ๆ มั่งมั้ย..แต่ไม่มีคำตอบ
นอกจากรอยยิ้มแหย ๆ ยิ้มแห้ง ๆ
“เป้าหมายคืออะไร? คิดทำไมให้เมื่อยตุ้ม..!!! ที่ทำงานหนักจะเป็นจะตายอยู่ทุกวันนี้ก็พอแล้ว ยังจะหาเหาใส่หัวอีกทำไม เอาตัวรอดไปวัน ๆ ได้ก็บุญแล้ว...”
ช่างน่าสงสารเสียจริง.....ที่คนหลายคนมาก มีความคิดอย่างนี้...อยู่ไปวัน ๆ อย่างไม่มีเป้าหมาย จนตายจากไป...อย่างไร้ค่าและชั่วเวลาไม่นานก็ถูกเลือนลืมไปว่า ครั้งหนึ่ง เคยมีคนคนนี้ในโลก.
ลองเปรียบเทียบดูนะคะถ้าหากเราไม่ทราบ และไม่คิด ไม่กำหนดว่าเราจะไปที่ไหน ขึ้นรถได้....แล้วก็ขับ..โหน่งเหน่ง...โหน่งแกะ โหน่งเหน่ง...โหน่งแกะ ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทาง...
ทายสิว่า....จะไปถึงไหน?
สมมุติว่า อยู่กรุงเทพฯ ขับออกจากกรุงเทพฯ แบบ สะเปะ สะปะไม่ใส่ใจว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา...ช้าบ้าง เร็วบ้าง สองวันผ่านไป ขับไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด โงหัวขึ้นมาอีกที อาจจะอยู่ภูเก็ต หรืออาจจะอยู่เชียงราย อยู่มุกดาหารฯลฯ...หรืออาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้...

“ชานีเอ๋ย...! ชีวิตเจ้าจะไร้ค่า...ถ้าไม่ปักธงชัยเป็นเป้าหมายใด ใด เลย มาดแม้นว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ปักธงชัยเป็นแม่นมั่น ขยับรุกคืบเข้าหาเป้าหมายในทุกวัน เจ้าจะก้าวถึงเส้นชัยอันนั้น...อย่างแน่นอน”
“สาธุ จ้าวหล้าฯ ข้าฯเชื่อท่าน ข้าฯจะตั้งเป้าหมาย และหาทางไปถึงเป้าหมายให้สำเร็จท่าน แต่บางครั้ง ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน มันไม่ง่ายนะท่าน เพราะวิธีการมันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ มีแรงต้าน มีอุปสรรค มากมายสารพัด ทำให้ท้อ และใจถอดได้ง่าย ๆ ข้าฯ จะหาวิธีการยังไงมาทำให้เป้าหมายสำเร็จ?” 
“ยุทธวิธีทางการทหารว่าจักรบเยี่ยงใด.?..ไม่สำคัญเท่ากำหนดชัยชำนะแล้วได้มันมาชานี...ยุทธวิธีจักเปลี่ยนไปได้ร้อยแปด พันเก้า... แต่ชัยชำนะเป็นหนึ่ง...จักต้องได้ชัยชำนะเท่านั้น...! ไม่อาจเปลี่ยน...เป็นแพ้ได้”
“ โอ้โห...! เด็ดขาดมากจ้าวหล้าฯ” 
ชานีรู้สึกทึ่งในความคิด
คนโบราณท่านจิตใจเด็ดเดี่ยว..เด็ดขาดอย่างนี้นี่เอง ท่านถึงสร้างบ้านแปลงเมืองมาได้ จนเหลือไว้เป็นมรดกตกถึงรุ่นเรา 
“ยุทธวิธีในชีวิตเจ้า จักทำเยี่ยงใดก็ย่อมได้ วิธีการยากหรือง่ายจักใช้กิ่งไม้เขียนลงบนผืนทรายกันลืมก็สุดแท้แต่เจ้า...
แต่...เป้าหมายอันเป็นเส้นชัย นั้นสำคัญมากมายนัก เจ้าจักหาสิ่วอันแข็งแรงที่สุดเท่าที่เจ้าจักหาได้ ตอกสลัก........สักเป้าหมายไว้ในหินผา...อย่าให้มันลบเลือนจนกว่าจะสำเร็จ...สัมฤทธิ์ผล.”
ชานีพูดอะไรไม่ออก อธิบายอะไรไม่ถูก...จากที่จ้าวหล้าฯ เล่าผ่านชานีมา...ทุกบท ทุกตอน...ที่ชานีนำมาเล่าให้ฟังแบบจะแจ้งทุกอย่างไม่ปิดบังอำพรางข้อมูลใด ๆ เลย...ไม่มีบทไหนจะหนักแน่น จริงจังเท่าการตั้งเป้าหมาย...ตอนนี้เลยจริง ๆ
“ข้าฯเข้าใจแล้วท่าน...วิธีการจะเปลี่ยนไปยังไงก็ได้ แต่เป้าหมายจะต้องไม่เปลี่ยน ต้องสำเร็จ...สำเร็จ...สำเร็จ เท่านั้นใช่มั้ยท่าน เอิ้ก ๆ “

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ


แสดงความคิดเห็น :
ชื่อผู้สอบถาม :
ข้อความ :